๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๐

sequence







๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๐

sequence

ทำการทดลองกระดาษ
ทดลองทำดูว่ากระดาษแต่ละแบบจะให้ความรู้สึก มิติ ที่ต่างกัน หรือไม่เมื่อนำมาซ้อนกันเป็น layer
1.กระดาษธรรมดา
2.แผ่นพลาสติกใส
3.กระดาษไข

sequence

ตอนที่ 1 (ต่อ)
จากที่กำหนดในเรื่องว่าเปรียบต้นไม้เป็นบ้านที่สัตว์อยู่ จึงไปหาสัตว์ที่ใช้เป็นแหล่งอาศัย โดยเห็นว่าเป็นการเพิ่มเข้าไปจากเดิม ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตทั้งสองอย่างแต่ต่างกันด้วยสายพันธุ์ระหว่างสัตว์กับพืช โดยที่ทั้งสองก็มีความสัมพันธ์กัน เหมือนกับว่าเป็นการเพิ่มสีสันความมีชีวิตให้กับต้นไม้จากตรงนี้จะได้ว่าสัตว์นั้นจะพบได้ทั่วต้นไม้ โดยแบ่งได้ 3 ส่วน ส่วนบน กลาง และล่างของต้น และลิงค์ตำแหน่งของหน้าต่างๆด้วยตำแหน่งที่พบสัตว์นั้นๆ


๐๗ สิงหาคม ๒๕๕๐

sequence

อธิบายเกี่ยวกับเปลือกเรื่องติดตา ตอนที่หนึ่ง
จากการทดลองนั้นสรุปได้ว่า เป็นการนำรูปร่าง ( shape)มาทับซ้อนกันจนเกิดเป็น เลเยอร์เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ขึ้นโดยเป็นการแตกออกเพื่อรวม จากคำที่ว่าแตกออกเพื่อรวม จึงเปรียบได้กับว่า เหมือนมีขนมปังหนึ่งแผ่นที่ถูกแบ่งออกเป็นสอง แล้วนำมาประกบกันใหม่เกิดเป็นแซนวิซขึ้นมา จากเรื่องเดิมที่ว่าโครงสร้างต้นไม้นั้นถูกดัดแปลงมาเป็นโครงสร้างทางข้อมูล จึงเห็นว่าเรื่องที่นำมาใส่โครงนั้นก็น่าจะมีความหมายหรือ theme ของเรื่องให้มีความสัมพันธ์ในลักษณะโครงสร้างข้อมูล ที่จะมีแกนสำคัญของเรื่องอยู่ โดยมีกิ่งที่แตกออกมาเป็นเสมือนตัวเชื่อมความสัมพันธ์กับแกน จากที่มาดูเรื่ององค์ประกอบและหน้าที่ส่วนต่างๆของต้นไม้ ทำให้นึกเปรียบกับ บ้าน เป็นแกนสำคัญของเรื่อง จากตรงนี้จึงนำคำว่า บ้าน (ที่อยู่อาศัย) มาเป็นแกนเรื่องโดยเลือกจับกลุ่มความสัมพันธ์ที่ว่าสัตว์บนโลกย่อมต้องการที่อยู่อาศัย โดยเห็นว่าในต้นไม้นั้นก็เป็นที่ ที่สัตว์หลากหลายชนิดอาศัยอยู่รวมกัน ในจุดต่างๆบนต้นไม้ จากตรงนี้ทำให้ค้นหาว่าสัตว์จำพวกใดบ้างที่ใช้ต้นไม้เป็นที่อาศัยพักพิง โดยสนใจเอาลักษณะรูปร่าง ลวดลาย ของที่อยู่อาศัยของสัตว์แต่ละจำพวกมาโดยรวม มาผสมผสานในลักษณะใหม่ โดยกำหนดตำแหน่งบนต้นไม้ที่สัตว์เหล่านั้นอาศัยอยู่

๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๐

sequence

แบบทดลองที่สี่

นำลักษณะการติดตาแบบตัวทีมาใช้ ซึ่งมีลักษณะเอาตา มาสอดกัน จึงลองทำกับโครงสร้างรูปเรขาคณิตเมื่อมาสอดทับกันก็จะเกิดภาพใหม่ขึ้น เหมือนกับการที่นำตาของดอกกุลาบสีอื่นมาติดกับต้นตอ ทำให้เกิดความหลากหลายสีในต้นเดียวกัน

สร้างรูปบนกระดาษแล้วเจาะให้เกิดช่อง
เอามาสอดกันโดยเลือกรูปเรขาคณิตรูปเดียวกัน




sequence

แบบทดลองที่สาม
เนื่องจากขั้นตอนการติดตาคือการนำตาของต้นพันธุ์มาติดบนต้นตอเพื่อให้เนื้อเยื่อสมานกันได้ จากหลักการนี้เลย จึงนำลักษณะการเชื่อมคำโดยที่มีรูปสระ
(โครงสร้างคำ)เหมือนกัน เพื่อให้คำที่นำมาต่อมีความต่อเนื่อง โดยที่เรื่องที่นำมาต่อไม่ใช่เรื่องเดียวกัน แต่อาศัยหลักการเชื่อม(link)ในรูปของโครงสร้างสระ
เมื่อเชื่อมแล้วก็ได้คำในความหมายใหม่
สระมี ๓๒ เสียง
สระเดี่ยว(สระที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของลิ้นและริมฝีปากเพียงส่วนเดียว)
สระประสม(สระที่เกิดจากการ เคลื่อนไหวของลิ้นทั้งส่วนหน้า - กลางและหลัง ทำให้รูปริมฝีกปากเปลี่ยนไป)
สระเกิน(สระที่มีเสียงพยัญชนะประสมอยู่)

สระเดี่ยว
๑. อะ ๒. อา ๓.อิ ๔. อี ๕. อึ ๖. อือ(เมื่อใช้สระอือ ต้องมี อ ตามหลัง) ๗.อุ ๘. อู ๙. เอะ ๑๐. เอ ๑๑. แอะ ๑๒. แอ ๑๓. โอะ ๑๔. โอ ๑๕. เอาะ ๑๖.ออ
๑๗. เออะ ๑๘. เออ

สระประสม
๑๙.. อัวะ
๒๐. อัว
๒๑. เอียะ
๒๒. เอีย
๒๓. เอือะ
๒๔. เอือ

สระเกิน
๒๕. อำ ๒๖. ใอ ๒๗. ไอ ๒๘. เอา ๒๙. ฤ ๓๐. ฤๅ ๓๑. ฦ ๓๒. ฦา

เช่น เริ่มจาก ต้นไม้ -ไส้ดินสอ -หลอดน้ำ-ลำธาร-ห่านขาว-ดาวตก-นกเขา-เตาไฟ-ไม้ซุง-ทุ่งนา-อาหาร-จานกระเบื้อง-เครื่องประดับ-ทรัพย์สิน
จากคำเหล่านี้นำมาทำเป็นเรื่องต่อกัน โดยทำเป็นหนังสือที่ใช้การ binding ต่อกันเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวลิงค์

๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐

sequence

แบบทดลองที่สอง
การติดตานั้นได้ลองเชื่อมโยงเข้ากับอีกความหมายหนึ่งคือเอาลักษณะโครงสร้างของต้นไม้มาเทียบ
โครงสร้างต้นไม้ เป็นโครงสร้างมีความสัมพันธ์กับแบบโครงสร้างข้อมูล โดยที่โครงสร้างต้นไม้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับธรรมชาติของข่าวสารและวิธีการแปลงข่าวสาร (โครงสร้างข้อมูล) เพราะมีลักษณะคล้ายกิ่งก้านของต้นไม้ ต้นไม้ธรรมชาตินั้นจะงอกจากล่างสู่บน แต่โครงสร้างข้อมูลจะมีลักษณะจากบนสู่ล่างดังนี้


จากตรงนี้เทียบได้ว่า



<1> โครงต้นไม้

<2> โครงข้อมูล